หน้าหลัก ผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น ถาม-ตอบ การสั่งซื้อ เกี่ยวกับเรา
Pretty2day.com
   
  ควบคุมน้ำหนัก Step1
  ควบคุมน้ำหนัก Step2
  ขจัดไขมันเฉพาะส่วน
  มหัศจรรย์ 6 ประการ เพื่อผิวยกกระชับ
  ยกกระชับ ผิวหน้า Step1
  ยกกระชับ ผิวหน้า Step2
  ยกกระชับ อกสวย เต่งตึง
  UV Base Protect SPF 35 PA+++
  สบู่ผสมเกลือ ขัดผิวขาว
  สบู่เหลว
  อาหารผิว อาหารสุขภาพ
  เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  กาแฟ เพื่อสุขภาพและผิวพรรณ
  วิตามินซีธรรมชาติ
  เมโนฟอร์ซ (สตรีวัยทอง)
  ไขความลับแห่งพลังหนุ่มสาว
  แคลเซียมธรรมชาติ
  บำบัดเบาหวาน
เพื่อรับข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษ
     
  ทามอยซ์เจอไรเซอร์ตอนไหนดี

  ทำครีมถนอมผิวเท้าด้วยตัวเอง

  ทำครีมนวดผมใช้เอง
  ทำงานบ้านก็ลดความอ้วนได้นะ
  คนผอมที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก
  ควบคุมน้ำหนักอย่างไรให้ดูดี
  ความอ้วน...กับยาเม็ดคุมกำเนิด
  ความอ้วนกับโรคหัวใจ
  เรื่องของ แปรงหวีผม
  โรคสิว…โรคผิวหนังยอดฮิตอันดับ 1
 
 
โรคสิว…โรคผิวหนังยอดฮิตอันดับ 1


ใช้ยารักษาสิว ต้องระวัง ยาที่โฆษณาว่า
รักษาได้ทั้งสิวและฝ้า เพราะยาพวกนี้ผสมสเตียรอยด์
ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้สิวอักเสบยุบเร็ว แต่มีภาวะแทรกซ้อน
โดยมีการกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันขึ้นมาใหม่มากกว่าเดิม

ความเครียดทำให้เกิดสิว เพราะความเครียดจะกระตุ้นต่อมไฮโปทาลามัสที่อยู่ใต้สมอง ทำให้หลั่งสารเคมีมากระตุ้นต่อมหมวกไต ต่อมหมวกไตก็จะหลั่งสารไปกระตุ้นต่อมเพศคือ อัณฑะและรังไข่ให้หลั่งฮอร์โมนเพศ ซึ่งฮอร์โมนเพศนี้เองแหละครับที่เป็นตัวกระตุ้น ให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น จึงเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบตามมา

สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด มีลักษณะครบคำจำกัดความของคำว่า " โรค" จึงไม่ได้จัดเป็นแค่ปัญหาความงามแต่เพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นสิวยังมีหลายรูปแบบ ซึ่งจะมีการรักษาที่อาจแตกต่างกันออกไป จึงต้องอาศัยการวินิจฉัยที่ถูกต้อง จากแพทย์

โรคสิวนั้นมีหลายรูปแบบ อาจเป็นแค่สิวอุดตันหัวขาว สิวอุดตันหัวดำ สิวอักเสบหัวแดง สิวอักเสบเป็นตุ่มหนอง สิวอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นถุงซีสต์ ที่เรียกกันว่าโรคสิวหัวช้าง

นอกจากนั้นยังมีโรคสิวแบบแปลกๆ ที่ระบาดในคนไทยขณะนี้ เช่น สิวแกะเกาซึ่งแต่เดิมพบมากในสาววัยรุ่นฝรั่งเศสซึ่งรักสวย รักงามมาก มีอาการมือซ้ายถือกระจก มือขวาบีบแกะสิว ทำให้เกิดแผลเป็นมากมาย โรคสิวประเภทนี้จะมีความผิดปกติทางจิตใจ คือเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำและมีสภาพจิตซึมเศร้าต้องได้รับการรักษาทางจิตร่วมด้วย ผู้ป่วยอาจมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย ขณะนี้พบสิวแกะเกาในวัยรุ่นไทยมากขึ้น เพราะเด็กไทยเรียนกันหนักเหลือเกิน
สิวเสียดสี พบบริเวณหลังและผิวหนัง ส่วนที่สัมผัสเสียดสีมากๆ เช่น นอนเล่น เครื่องยกน้ำหนัก

สิวจากเครื่องสำอาง มีลักษณะเป็นสิวอุดตันตุ่มเล็กๆ และสิวหัวหนองรอบๆ ปากจึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่เหนียวเหนอะหนะ

สิวจากเจลใส่ผม ซึ่งพบบ่อยในวัยรุ่นชายไทยขณะนี้ เพราะนิยมแฟชั่นผมตั้ง พบเป็นสิวอุดตันตามหน้าผากและขมับ

สิวจากสเตียรอยด์ พบเป็นเม็ดมีขนาดเท่าๆ กัน ตามใบหน้า หน้าอกและหลัง อาจเกิดจากการกินยาหม้อที่แอบเจือปนสารสเตียรอยด์

สิวจากเชื้อเกลื้อน ที่พบเป็นตุ่มแดงและตุ่มหนองเล็กๆ ที่หน้าอกและหลัง มีอาการคันร่วมด้วย (สิวทั่วไปไม่คัน)

สิวหน้าแดง พบในคนอายุ 30 ปีขึ้นไป มีลักษณะเป็นตุ่มแดง ตุ่มหนองเล็กๆ และเส้นเลือดฝอย การดื่มแอลกอฮอล์และโดนแสงแดดจัด ทำให้สิวชนิดนี้กำเริบได้ และหากเป็นนานๆ จะทำให้จมูกโตผิดรูปร่าง

เนื่องจากสิวเป็นโรคผิวหนังและมีรูปแบบแตกต่างกัน จึงมีแนวทางการรักษา ได้หลายอย่าง ขอแนะนำให้ผู้ที่เป็นโรคสิวมากๆ มาพบแพทย์ผิวหนังโดยตรง เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง ไม่แนะนำให้รับการรักษาโรคสิวจากร้านเสริมสวย เพราะนอกจากไม่ได้ผลแล้วยังอาจเกิดข้อแทรกซ้อนต่างๆ ได้ และมักมีค่าใช้จ่ายสูงอีกด้วย อีกทั้งยังมักถูกชักจูงให้รักษาด้วยวิธีที่เสี่ยงอันตราย เช่น การเจาะสิว การฉายรังสี และแสงรักษาสิว ซึ่งอาจทำให้เป็นมะเร็งธัยรอยด์ และมะเร็งผิวหนัง นอกจากนั้น ยารักษาโรคสิวบางตัวอาจทำให้ทารกพิการสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่เป็นสิว จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ข้อแนะนำสำหรับผู้เป็นโรคสิว มีดังนี้
1. การล้างหน้า ควรล้างด้วยสบู่อ่อนๆ เช่น สบู่เด็ก ซึ่งประกอบด้วย สารเคมีที่อ่อน ไม่ระคายเคืองหรือรบกวนผิวซึ่งทำให้เกิดคอมมีโดนหรือสิวอุดตัน หรือเลือกสบู่อ่อนที่ใช้สารเคมีที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดสิว

2. ไม่ควรล้างหน้า หรือเช็ดหน้าบ่อยๆ

3. ไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่มีผลต่อการทำงานของผิวหนังและต่อมไขมัน เช่น ครีมบำรุงผิว ครีมนวดหน้า ครีมแก้รอยเหี่ยวย่นที่มีสเตียรอยด์ผสมอยู่ ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรเลือกครีมหรือสารที่ให้ความชุ่มชื้นซึ่งมีส่วนประกอบเป็นสารเคมี ที่ไม่ก่อให้เกิดสิว โดยทั่วไปชุดเมคอัพ เช่น ลิปสติก แป้ง บรัชออน มาสคาร่า อาขแชโดว และชุดรองพื้น จะไม่ก่อให้เกิดสิว

4. อย่าบีบ หรือแกะสิว

5. การใช้ยารักษาสิว ต้องระวังยาที่โฆษณาว่ารักษาได้ทั้งสิวและฝ้า เพราะยาพวกนี้มักผสมสเตียรอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้สิวอักเสบยุบเร็ว แต่มีภาวะแทรกซ้อนมากมาย โดยมีการกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันขึ้นมาใหม่มากกว่าเดิม ทำให้สิวไม่หายขาด

6. เลือกใช้ยาทาพวกเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์หรือกรดวิตามินเอ ตามชนิดของสิว ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาหรือแนะนำให้

7. ถ้ามีสิวอักเสบมาก ต้องกินยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมควบคู่ไปด้วย หรืออาจจำเป็นต้องได้รับยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ ซึ่งต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้น ยาตัวนี้ถ้ารับประทานระหว่างตั้งครรภ์จะทำให้ทารกพิการ

8. กินยาให้ครบและสม่ำเสมอ

9. หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยในเรื่องของโรคสิว และแนวทางการรักษา ควรสอบถามจากแพทย์สาขาโรคผิวหนังเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้อง

โรคสิวนั้นจัดเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด หากเข้าใจเรื่องของโรคสิวอย่างดีพอ และดูแลรักษาตนเองอย่างถูกต้อง ย่อมช่วยให้การรักษาโรคสิวเป็นไปได้อย่างได้ผล และลดภาวะแทรกซ้อน เช่น การเกิดแผลเป็นลงได้มาก

แหล่งที่มา : Thaifitway.com

   
หน้าหลัก ผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น ถาม-ตอบ การสั่งซื้อ เกี่ยวกับเรา
  คุ้มครองสิทธิ์โดย 7วันดี 14วันสวย ดอทคอม